Profilo di BeeRWho am IFotoBlogElenchi Strumenti Guida

Who am I

The special thing inside my heart
18 marzo

ผมกับชาติ

ในทุกวันนี้ ของเดือน ผม กับ ไอ้ชาติ ขออนุญาติใช้คำนำหน้าที่กระด้างนิดหน่อย
พวกเราจะมาก๊งเครื่องดื่ม กลางทุ่งแบบนี้เป็นประจำ ดูตะวันกำลังลับขอบฟ้า
เราสองคนรู้จักกันมาเนิ่นนาน เมื่อสิบปีก่อน ในความจริงผมไม่เคยจำวันนี้นได้เลย
วันที่ฝนตกกระหน่ำลงมาในกลางฤดูร้อน วันนั้นผมกำลังถือจอบเดินอยู่กลางทุ่ง
ฝนตกรุนแรงด้วยเม็ดน้ำ จนทำให้เกิดสายน้ำเชี่ยวกราด ซัดคันนาจนขาด
ในตอนแรกที่ถือจอบในหน้าร้อนนี้ว่าจะไปขุดหาปลาในปลักที่แห้งขอด
แต่ว่าจอบมันได้ทำงานประจำในฤดูฝนจนได้ คือต้องไปซ่อมคนนาให้เสร็จ
ปลายจอบที่ยกขึ้นกระทบกับเม็ดฝน ขุดลงกระทบกับพื้นน้ำ
มันทำให้เรื่ยวแรงที่มีเริ่มสลายไป แรงข้าวเหนียวปลาแห้งย่างเรื่มหมดลง
เม็ดฝนที่ร่วงโรยลงมาเริ่มบดบังสายตา รวมกับสายฝนที่ชะโลมแทนน้ำตาทำให้มองไม่ชัด
ชั่วครู่
มีเงาดำทะมึน เคลื่อนผ่านสายฝนมา เข้าประชิดในระยะที่อำนาจทางสายตามองเห็น
ฝรั่งตัวใหญ่ ถือจอบวิ่งฝ่าสายฝนมา Can I help u ?
"เฮ้วๆ บ้ เอ้า เอา โลด ซ่อยกัน ซ่อยกัน" ผมตอบด้วยความไม่เข้าใจ
ไม่นาน สองแรงข้าวเหนียว กับ แรงขนมปัง ซ่อยกัน ไม่นานก้อสำเร็จ
เราสองคนวิ่งกลับเถียงนาของผม
เมื่อไปถึงผมก้อขอบอกขอบใจอย่างมาก
"ขอบใจ ขอบใจ หลายๆเด้อ"
"Thank you Thank you" ฝรั่งตัวโตตอบมา แล้วตามด้วย "บ่เป็นหยัง"
ผมถึงกลับหงายหลัง ไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะพูดได้
แล้วผมจึงถามว่าเค้าชื่ออะไร
ฝรั่งตอบว่า "My name is Charge"
"อ๋อ ซื่อ ชาติ" ผมตอบ
ฝรั่งหัวเรา "Charge"
หนึ่งปีต่อมา ไอ้ชาติ ได้แต่งงานกับ ษา เจ้าของนาที่อยู่ติดกันทางทิศเหนือ
บ้านของผม กับ ไอ้ชาติ จึงอยู่ใกล้ๆกัน
วันนี้ตอนเราออกไปซื้อเหล้า ที่หัวบ้าน ที่บ้านเจ๊หลิ่ม หมวยสาวขายเหล้าประจำบ้าน
ไอ้ชาติ ได้รับการต้อนรับการทักทายตลอดทาง "กู๊ด อีฟเวนนิ่ง"
เพราะ ไอ้ชาติ จะเป็นคนสอนภาษาให้กับลูกหลาน พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่นี่
และตอนนั้นเอง ขากลับ ตอนที่เราเดินผ่านบ้าน จ่าน้อย
ด้วยประสบการณ์ไม่ดีของผมที่เดินผ่านบ้านนี้ทำให้ผมระแวงเป็นพิเศษ
แหลวซ้าย แลขวา ตลอดเวลา ให้ ไอ้ชาติ ต้องถาม
"U tam a rai" ผมตอบไปว่า "บ่มีอีหยัง"
แล้วตอนนั้นเอง ผมถึงกับร้องเสียงหลง "ไอ้ชาติ หมา"
ไอ้ชาติเหลียวตามเสียง แล้วบอกว่า "ชาติ ตื่ง ตื่ง มีเรื่อง"
ผมวิ่งก่อน ไอ้ชาติวิ่งตาม
"เจอกันที่ดริ้งนะยู"
อาทิตย์อัสดง ไม่ว่าจะเป็นที่ขอบโลกใหนก้อทำให้โลกซีกนั้นมืดไม่ต่างกัน
ผม กับ ชาติ บ้านก้อยังติดกันอยู่แบบนี้ อาจจะไม่ตลอดไป
แต่อย่างน้อย ผมกับชาติ ก้อขาดวันนี้กันไม่ได้
22 dicembre

Master Degree

เฮ้อ
ช่วงหลายปีมานี้ไปงานรับปริญญามาหลายงาน
"งานรับที่ใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ"
ล้อเลียนเพลง ไมค์ หน่อย

ก้อ สนุกดี สนุกทุกปีแหละ เพียงแค่นึกฝันเอาไว้ว่า
"ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน"
ที่ความฝันของเราให้เป็นจริง
หายใจเข้าออก มาหลายครั้งแล้ว
ดูมันเปล่าประโยชน์มานาน คราวนี้แหละ
ปีใหม่แล้ว
เราก้อเป็นคนเดิม
แต่ความคิดของเราจะใหม่ขึ้น มาขึ้น สดขึ้น และเป็นจริงขึ้น

สู้ สู้
สู้เพื่อฝัน เพื่อวันเกียรติยศ
 
10 dicembre

งานไหม

ไปเที่ยวงานไหมมาได้รูปแค่นี้แหละ
....  ว่าแล้ว ไปงานไหมทำไมไม่ได้รูปไหมอ่ะนี่
สงสัยจะหาไม่เจอ
เจอแต่มหาชน คนล้นยังกะแจกของฟรี
เจอนี่ด้วย ไม่นึกว่าการแสดงแบบนี้ยังเหลืออยู่ในโลก
ถ้าจำไม่ผิด ถามไรก้อตอบได้ เค้าเรียก
"สาริกาลิ้นทอง"
โอ้โห คนดูเพียบเลย นึกว่ามีเหลือแต่ในคณะตลก
มีอยู่เจ้านึงเล่นจับสลาก
โฆษณาว่า "ถ้ามางานไหมไม่ได้จับสลากถือว่ามาไม่ถึง"
คิดได้ไง เราก้อเลยไปเล่นซะ กลัวมาไม่ถึง
สวัสดี
01 novembre

เดินผ่านๆ

( :-) )--------------- (^-^)
 
( :-) ) สวัสดีครับ
(^-^) ดีค่ะ
(^-^) คุณเป็นใครอ่ะ ทำไม่ได้เมล์เราอ่ะ
( :-) ) ไม่รูเหมือนกันครับ อยู่ดีๆมันก้อมีกรอบเด้งขึ้นมา
(^-^) อ้าว แบบนี้ก้อหาว่า เราแอดนายดิ้
( :-) ) ไมอ่ะ แล้วอยู่มันจะโผล่ขึ้นมาได้ไง
(^-^) เออ ๆ งั้นไม่คุยแล้ว เราบล็อคนายเลยแล้วกัน
( :-) ) ได้ครับ แต่เราไม่บล็อคเธอหรอก เผื่อเธออยากคุย
(^-^) ไอ้บ้า
 
(^-^) ------##------( :-) )
 
08235687**  %%%%%
ใครหว่า เหมือนหมายเลขเราเลยแฮะ
(^-^) หวัดดีค่ะ
????? หวัดดีครับ เฮ้ยหนึ่ง แกเอาแผ่นหนังให้เรายังอ่ะ
(^-^) ฮะโหลค่ะ
????? อ้าว ทำเป็นพูดเพราะไปได้ ค่ะ ค่ะ ไม่ชินเว้ย
(^-^) ค่ะ
????? เอาอำกันอีกแล้วนะแก ตกลงเอาเอาแผ่นหนังให้เรายัง
(^-^) คุณคงโทรผิดมั้งค่ะ
????? ผิดที่ใหน คุณน่ะ ไอ้หนึ่ง รึเปล่า
(^-^) ค่ะ หนึ่งค่ะ แต่คงไม่ใช่เพื่อนคุณ เพื่อนคุณหมายเลขอะไรอะไร
????? 08235687*/ อ้าว ขอโทษครับ ผมโทรผิด
(^-^) ค่ะ สวัสดีค่ะ
 
(^-^) + ( :-) ) %%% เฮ้อซวยจริงเลยวันนี้
28 agosto

แค่ฝน

เมฆฝนลอยเด่นเป็นเงามืดอยู่เบื้องหน้า อยู่บนถนนของภูเขาลูกถัดไป ชายหนุ่มเดินย่ำอดีตของฝนที่เปียกปริ่มอยู่บนพื้นดิน เขาก้าวอย่างช้าเพราะกลัวเม็ดดินเปียกจะอาศัยแรงดีดของรองเท้าแตะกระเด็นมาเปื้อนเปียกกางเกงยีนส์ตัวเก่งของเขา เขาเดินมาไกลแต่ไปด้วยความเร็วต่ำ แล้วเขาจึงนึกขึ้นได้ อยากโขกหัวตัวเองลงบนพื้นดินเสียจริง ทำไมเพิ่งมานึกได้ เขาจึงพับขากางเกงตัวเก่งขึ้นมา

ถึงเมฆก้อนใหญ่จะลอยอยู่ด้านหน้า และมีทีท่าว่ามันจะทิ้งตัวเองลงมาชะโลมดินภายในไม่กี่นาทีนี้ก็ตาม เขายังเดินต่อไป เขาก้าวอย่างช้า สม่ำเสมอและเรื่อยๆ เขาเลือกที่จะก้มหน้าเดินเพื่อที่จะสังเกตอุปสรรคที่วางตัวราวกับทุ่นระเบิด กระจัดกระจายหลังจากที่ฝนตกลงมา เขาเดินไปด้วยความระมัดระวัง เมื่อเริ่มชินกับสภาพของการเดินบนดินที่เปียก โดยระวังไม่ให้กางเกงตัวเก่งเปื้อน แล้วเขาค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น เพราะเมฆก้อนใหญ่ด้านหน้ามันคงจะเปลี่ยนสถานะของตัวเองในไม่ช้า

ด้วยความคุ้นเคย เขาไม่ได้ก้มมองถนนอีกต่อไป เขาละสายตาจากพื้นดินมาเป็นสิ่งที่อยู่รอบกาย เขาเพิ่งมาสังเกต เขาสังเกตเห็นว่า มีเขาเพียงคนเดียวที่กำลังตั้งใจเดินไปกับรองเท้าแตะคู่เก่า แต่ไม่ใช่รอบกายเขาจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่น แต่แท้จริงกับมีความวุ่นวายมากมายรอบตัวเขาเอง

ทุกผู้คนที่เคลื่อนที่อยู่รอบกายเขาต่างนั่งนิ่งและเคลื่อนที่ไปกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ไปบนถนนจนถึงจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว แม้จะมีเมฆ ฝน หรือพายุงวงช้างขนาดใหญ่เกิดขึ้น พวกเขาเหล่านั้นก็คงไม่ยำเกรงหรือคำนึงต่อสิ่งใดเขามองด้านหน้า แล้วเดินต่อไป เขาได้แต่คิดว่า ถ้าจะมีพายุงวงช้างเกิดขึ้นจริงๆ เขาจะทำอย่างไร เขาใช้เวลาไม่นานในการนึก มันเป็นคำตอบที่ง่ายนิดเดียว เขาก็คงต้องออกแรงวิ่งหลบ แล้วไปเกาะกับกิ่งของต้นไม้ใหญ่สักต้นก็พอ

เมื่อก้าวเดินมาไกล เนินเขาลูกข้างหน้าก็ดูจะใหญ่ขึ้น เมื่อก้าวต่อไปจนไปถึงตีนเนิน เขาก็ไม่สังเกตเห็นเนินเขาลูกนั้นแล้ว เขาเห็นเพียงความลาดชันที่อยู่เบื้องหน้า เมฆฝนที่ลอยอยู่บนหัวเริ่มคายประจุ ประกายฟ้าส่องให้เห็นทางเดินชัดขึ้น แต่เหมือนเป็นสัญญาณว่าเมฆก้อนนี้กำลังเริ่มอิ่มตัวแล้วคายฝนออกมาเร็วขึ้น เขารีบก้าวเท้าเดินเร็วขึ้น แต่ก็ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด

เขายังเดินต่อไป และยังมองไปที่สิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตรอบกาย ภายในใจก็คิด ถ้ามีพรให้เขาสักข้อ ในตอนนี้เขาอยากจะขออะไร

ถ้ามีพรข้อนั้นจริง เราคงขอ............ร่มใหญ่ๆสักคัน พอแล้ว

เมื่อถึงยอดเนิน เรามองเห็นเนิน ภูเขา เมฆฝน และพายุอยู่ลิบๆ เราก้าวเท้าเดินต่อไป ทางเดินข้างหน้ายังยาว แต่เราต้องไปที่ใหนล่ะ

 

24 agosto

ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้

เอาล่ะ ได้กลับมาทำแลปอีกครั้ง ดีใจจริงๆ
กายว่าง มันก็รู้สึกอึดอัด ไม่เหมือนกับ ใจว่าง มันทำให้สบาย
คราวนี้จะทำให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อนาคตมันอยู่ในมือของเราแล้วตอนนี้
แต่จะดีหรือไม่ดี ก็เป็นเรื่องของอนาคต
22 luglio

ในวาระนี้

 
ในวันที่ฟ้าครึ้ม แสงแดดในฤดูฝนช่างอ่อนโยน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในฤดูร้อน ที่แข็งกระด้าง และไร้ซึ่งความปราณี พื้นดินถูกเฉลี่ยไปด้วยแสงอาทิตย์อันบางเบา ท้องฟ้าถูกฉาบด้วยสีเทาของเมฆหมอกที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวราวกับจะยึดครองท้องฟ้าเอาไว้
 
ฝนตกมากระปริดกระปรอย ไม่พอจะทำให้เสื้อเปียกกว่าการยืนอยู่บนยอดเขาท่ามกลางกลุ่มหมอกในยามเช้า
 
ชายหนุ่มนั่งเขียนหนังสืออยู่ริมหน้าต่างอย่างขะมักเขม้น เขียนไปพลางนึกถึงอนาคตของตัวละครในเรื่องราวของเขาไปพลาง ชัวครู่ก้อเติมเรื่องราวของตัวเองลงไปในละครของเขา เขาเอื้อมแขนที่เล็กและบางที่ถูกเติมปลายด้วยฝ่ามือเรียวราวสตรี หยิบแก้วชาแล้วยกขึ้นมาจิบ ในมือยังกำแก้วชา ขณะที่อีกข้างก้อยังคีบดินสอไว้แน่น
 
กลิ่นหอมเล็กๆลอยมาทางด้านหลัง เขายังไม่ทันได้เอ้ยวตัวไปมองตามที่มาของกลิ่น ก้อมีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีเหลืองมาซับปากตรงรอยเปื้อนของน้ำชา เธอหยิบแก้วจากมือของเขาพร้อมกับวางมันลงบนจากรองแก้วที่เตรียมมาด้วย "ตั้งใจเขียนนะแก แล้วจะกลับมาอ่าน" เธอเอ่ยขึ้นแล้วก้อเดินเลี้ยวขวากลับเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มได้เพียงหันมองแล้วก้อก้มหน้ากลับมาเขียนหนังสือต่อไป เธอกลับเข้าไปในห้อง หยิบกระเป๋าเดินเลี้ยวขวา แล้วเธอก้อส่งเสียงเล็กๆไม่พอจะทำให้ชายหนุ่มได้ยิน "ไปก่อนนะ"
 
ชายหนุ่มยังไม่ทันได้หันมอง
 
ด้านนอกหน้าต่างฟ้ายังครึ้ม
 
เขาถอยเก้าอี้ออกไป แล้วหันหลังกลับเดินตรงไป เป้าหมายของเขาคือตู้เย็นที่ติดประตูทางออก แต่ในระหว่างทางเขาก้อหันขวาส่ายสายตาเข้าไปในห้อง เขาพบความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างจากห้องที่เขานั่งเขียนหนังสืออยู่มากนัก เหมือนว่าห้องของเธอคือหอสมุด แต่ห้องของเขาคือตลาดสด เขาก้าวต่อไป เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำแล้วก้อหันมาทางหน้าต่าง
 
ท้องฟ้าด้านนอกยังครึ้มและเริ่มคำราม ทันใดนั้นเขารีบปิดตู้เย็น วางขวดน้ำไว้หลังตู้เย็น วิ่งเข้าไปในห้องแล้ววิ่งกลับมาเปิดประตูห้อง ด้วยความเร่งรีบ เขาใส่รองเท้าคีบคู่สนิทด้วยความรุนแรงจนทำให้มันขาด เพราะความจำเป็นเขาจำต้องใส่คอนเวอร์สรุ่นมรดกคู่เก่า ราวกับเป็นสมบัติของคุณปู่และผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน วิ่งออกจากห้องแล้วลงบันไดสี่ชั้น จากความเก่าของรองเท้าและความรุนแรงในการวิ่ง ทำให้แผลที่มีอยู่บนรองเท้าเริ่มปริ แต่คงเพราะประสบการณ์ของมันจึงทำให้มันคงรูปอยู่ได้ และบ่งบอกลักษณะของตัวเองว่าเป็นรองเท้าได้อย่างชัดเจน เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ สอดส่ายสายตามองหาเธอ ใช้ทักษะในการมองหาราวกับเหยี่ยว
 
โชคดีที่เธอยังไม่ได้ไปใหน และรถเมล์ที่รอก้อยังไม่มา
 
เธอยิ้ม และทำท่าทางหัวเราะแบบอายๆ เมื่อเห็นท่าทางของเขาเหนื่อยหอบวิ่งมาด้วยความวุ่นวายใจ ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอในป้ายรถเมล์ นั่งหอบชั่วครู่ ก่อนที่จะส่งหมวกและดินสอหนึ่งด้ามไปให้เธอ เธอกำหมวกไว้แน่น แล้วเขาบอกเธอว่า "ตั้งใจทำงานนะแก กลับมาค่อยอ่านเรื่องสั้นของเรา" เขาสูดลมหายใจยาวขึ้นก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา "เอาหมวกไปด้วยเดี๋ยวแกเปียก" เมื่อเธอได้ฟังก้อกลั้นหัวเราะไว้ไม่ใหว พร้อมกับบอกชายหนุ่มไปว่า "หมวกมันจะกันฝนได้ไงแก"
 
ทั้งคู่หัวเราะ
 
 
 
 
M.Sc  
Foto 1 di 6

BeeR Baramee

Professione