Profilo di BeeRWho am IFotoBlogElenchi Strumenti Guida

Blog


18 marzo

ผมกับชาติ

ในทุกวันนี้ ของเดือน ผม กับ ไอ้ชาติ ขออนุญาติใช้คำนำหน้าที่กระด้างนิดหน่อย
พวกเราจะมาก๊งเครื่องดื่ม กลางทุ่งแบบนี้เป็นประจำ ดูตะวันกำลังลับขอบฟ้า
เราสองคนรู้จักกันมาเนิ่นนาน เมื่อสิบปีก่อน ในความจริงผมไม่เคยจำวันนี้นได้เลย
วันที่ฝนตกกระหน่ำลงมาในกลางฤดูร้อน วันนั้นผมกำลังถือจอบเดินอยู่กลางทุ่ง
ฝนตกรุนแรงด้วยเม็ดน้ำ จนทำให้เกิดสายน้ำเชี่ยวกราด ซัดคันนาจนขาด
ในตอนแรกที่ถือจอบในหน้าร้อนนี้ว่าจะไปขุดหาปลาในปลักที่แห้งขอด
แต่ว่าจอบมันได้ทำงานประจำในฤดูฝนจนได้ คือต้องไปซ่อมคนนาให้เสร็จ
ปลายจอบที่ยกขึ้นกระทบกับเม็ดฝน ขุดลงกระทบกับพื้นน้ำ
มันทำให้เรื่ยวแรงที่มีเริ่มสลายไป แรงข้าวเหนียวปลาแห้งย่างเรื่มหมดลง
เม็ดฝนที่ร่วงโรยลงมาเริ่มบดบังสายตา รวมกับสายฝนที่ชะโลมแทนน้ำตาทำให้มองไม่ชัด
ชั่วครู่
มีเงาดำทะมึน เคลื่อนผ่านสายฝนมา เข้าประชิดในระยะที่อำนาจทางสายตามองเห็น
ฝรั่งตัวใหญ่ ถือจอบวิ่งฝ่าสายฝนมา Can I help u ?
"เฮ้วๆ บ้ เอ้า เอา โลด ซ่อยกัน ซ่อยกัน" ผมตอบด้วยความไม่เข้าใจ
ไม่นาน สองแรงข้าวเหนียว กับ แรงขนมปัง ซ่อยกัน ไม่นานก้อสำเร็จ
เราสองคนวิ่งกลับเถียงนาของผม
เมื่อไปถึงผมก้อขอบอกขอบใจอย่างมาก
"ขอบใจ ขอบใจ หลายๆเด้อ"
"Thank you Thank you" ฝรั่งตัวโตตอบมา แล้วตามด้วย "บ่เป็นหยัง"
ผมถึงกลับหงายหลัง ไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะพูดได้
แล้วผมจึงถามว่าเค้าชื่ออะไร
ฝรั่งตอบว่า "My name is Charge"
"อ๋อ ซื่อ ชาติ" ผมตอบ
ฝรั่งหัวเรา "Charge"
หนึ่งปีต่อมา ไอ้ชาติ ได้แต่งงานกับ ษา เจ้าของนาที่อยู่ติดกันทางทิศเหนือ
บ้านของผม กับ ไอ้ชาติ จึงอยู่ใกล้ๆกัน
วันนี้ตอนเราออกไปซื้อเหล้า ที่หัวบ้าน ที่บ้านเจ๊หลิ่ม หมวยสาวขายเหล้าประจำบ้าน
ไอ้ชาติ ได้รับการต้อนรับการทักทายตลอดทาง "กู๊ด อีฟเวนนิ่ง"
เพราะ ไอ้ชาติ จะเป็นคนสอนภาษาให้กับลูกหลาน พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่นี่
และตอนนั้นเอง ขากลับ ตอนที่เราเดินผ่านบ้าน จ่าน้อย
ด้วยประสบการณ์ไม่ดีของผมที่เดินผ่านบ้านนี้ทำให้ผมระแวงเป็นพิเศษ
แหลวซ้าย แลขวา ตลอดเวลา ให้ ไอ้ชาติ ต้องถาม
"U tam a rai" ผมตอบไปว่า "บ่มีอีหยัง"
แล้วตอนนั้นเอง ผมถึงกับร้องเสียงหลง "ไอ้ชาติ หมา"
ไอ้ชาติเหลียวตามเสียง แล้วบอกว่า "ชาติ ตื่ง ตื่ง มีเรื่อง"
ผมวิ่งก่อน ไอ้ชาติวิ่งตาม
"เจอกันที่ดริ้งนะยู"
อาทิตย์อัสดง ไม่ว่าจะเป็นที่ขอบโลกใหนก้อทำให้โลกซีกนั้นมืดไม่ต่างกัน
ผม กับ ชาติ บ้านก้อยังติดกันอยู่แบบนี้ อาจจะไม่ตลอดไป
แต่อย่างน้อย ผมกับชาติ ก้อขาดวันนี้กันไม่ได้
22 dicembre

Master Degree

เฮ้อ
ช่วงหลายปีมานี้ไปงานรับปริญญามาหลายงาน
"งานรับที่ใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ"
ล้อเลียนเพลง ไมค์ หน่อย

ก้อ สนุกดี สนุกทุกปีแหละ เพียงแค่นึกฝันเอาไว้ว่า
"ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน"
ที่ความฝันของเราให้เป็นจริง
หายใจเข้าออก มาหลายครั้งแล้ว
ดูมันเปล่าประโยชน์มานาน คราวนี้แหละ
ปีใหม่แล้ว
เราก้อเป็นคนเดิม
แต่ความคิดของเราจะใหม่ขึ้น มาขึ้น สดขึ้น และเป็นจริงขึ้น

สู้ สู้
สู้เพื่อฝัน เพื่อวันเกียรติยศ
 
10 dicembre

งานไหม

ไปเที่ยวงานไหมมาได้รูปแค่นี้แหละ
....  ว่าแล้ว ไปงานไหมทำไมไม่ได้รูปไหมอ่ะนี่
สงสัยจะหาไม่เจอ
เจอแต่มหาชน คนล้นยังกะแจกของฟรี
เจอนี่ด้วย ไม่นึกว่าการแสดงแบบนี้ยังเหลืออยู่ในโลก
ถ้าจำไม่ผิด ถามไรก้อตอบได้ เค้าเรียก
"สาริกาลิ้นทอง"
โอ้โห คนดูเพียบเลย นึกว่ามีเหลือแต่ในคณะตลก
มีอยู่เจ้านึงเล่นจับสลาก
โฆษณาว่า "ถ้ามางานไหมไม่ได้จับสลากถือว่ามาไม่ถึง"
คิดได้ไง เราก้อเลยไปเล่นซะ กลัวมาไม่ถึง
สวัสดี
01 novembre

เดินผ่านๆ

( :-) )--------------- (^-^)
 
( :-) ) สวัสดีครับ
(^-^) ดีค่ะ
(^-^) คุณเป็นใครอ่ะ ทำไม่ได้เมล์เราอ่ะ
( :-) ) ไม่รูเหมือนกันครับ อยู่ดีๆมันก้อมีกรอบเด้งขึ้นมา
(^-^) อ้าว แบบนี้ก้อหาว่า เราแอดนายดิ้
( :-) ) ไมอ่ะ แล้วอยู่มันจะโผล่ขึ้นมาได้ไง
(^-^) เออ ๆ งั้นไม่คุยแล้ว เราบล็อคนายเลยแล้วกัน
( :-) ) ได้ครับ แต่เราไม่บล็อคเธอหรอก เผื่อเธออยากคุย
(^-^) ไอ้บ้า
 
(^-^) ------##------( :-) )
 
08235687**  %%%%%
ใครหว่า เหมือนหมายเลขเราเลยแฮะ
(^-^) หวัดดีค่ะ
????? หวัดดีครับ เฮ้ยหนึ่ง แกเอาแผ่นหนังให้เรายังอ่ะ
(^-^) ฮะโหลค่ะ
????? อ้าว ทำเป็นพูดเพราะไปได้ ค่ะ ค่ะ ไม่ชินเว้ย
(^-^) ค่ะ
????? เอาอำกันอีกแล้วนะแก ตกลงเอาเอาแผ่นหนังให้เรายัง
(^-^) คุณคงโทรผิดมั้งค่ะ
????? ผิดที่ใหน คุณน่ะ ไอ้หนึ่ง รึเปล่า
(^-^) ค่ะ หนึ่งค่ะ แต่คงไม่ใช่เพื่อนคุณ เพื่อนคุณหมายเลขอะไรอะไร
????? 08235687*/ อ้าว ขอโทษครับ ผมโทรผิด
(^-^) ค่ะ สวัสดีค่ะ
 
(^-^) + ( :-) ) %%% เฮ้อซวยจริงเลยวันนี้
28 agosto

แค่ฝน

เมฆฝนลอยเด่นเป็นเงามืดอยู่เบื้องหน้า อยู่บนถนนของภูเขาลูกถัดไป ชายหนุ่มเดินย่ำอดีตของฝนที่เปียกปริ่มอยู่บนพื้นดิน เขาก้าวอย่างช้าเพราะกลัวเม็ดดินเปียกจะอาศัยแรงดีดของรองเท้าแตะกระเด็นมาเปื้อนเปียกกางเกงยีนส์ตัวเก่งของเขา เขาเดินมาไกลแต่ไปด้วยความเร็วต่ำ แล้วเขาจึงนึกขึ้นได้ อยากโขกหัวตัวเองลงบนพื้นดินเสียจริง ทำไมเพิ่งมานึกได้ เขาจึงพับขากางเกงตัวเก่งขึ้นมา

ถึงเมฆก้อนใหญ่จะลอยอยู่ด้านหน้า และมีทีท่าว่ามันจะทิ้งตัวเองลงมาชะโลมดินภายในไม่กี่นาทีนี้ก็ตาม เขายังเดินต่อไป เขาก้าวอย่างช้า สม่ำเสมอและเรื่อยๆ เขาเลือกที่จะก้มหน้าเดินเพื่อที่จะสังเกตอุปสรรคที่วางตัวราวกับทุ่นระเบิด กระจัดกระจายหลังจากที่ฝนตกลงมา เขาเดินไปด้วยความระมัดระวัง เมื่อเริ่มชินกับสภาพของการเดินบนดินที่เปียก โดยระวังไม่ให้กางเกงตัวเก่งเปื้อน แล้วเขาค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น เพราะเมฆก้อนใหญ่ด้านหน้ามันคงจะเปลี่ยนสถานะของตัวเองในไม่ช้า

ด้วยความคุ้นเคย เขาไม่ได้ก้มมองถนนอีกต่อไป เขาละสายตาจากพื้นดินมาเป็นสิ่งที่อยู่รอบกาย เขาเพิ่งมาสังเกต เขาสังเกตเห็นว่า มีเขาเพียงคนเดียวที่กำลังตั้งใจเดินไปกับรองเท้าแตะคู่เก่า แต่ไม่ใช่รอบกายเขาจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่น แต่แท้จริงกับมีความวุ่นวายมากมายรอบตัวเขาเอง

ทุกผู้คนที่เคลื่อนที่อยู่รอบกายเขาต่างนั่งนิ่งและเคลื่อนที่ไปกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ไปบนถนนจนถึงจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว แม้จะมีเมฆ ฝน หรือพายุงวงช้างขนาดใหญ่เกิดขึ้น พวกเขาเหล่านั้นก็คงไม่ยำเกรงหรือคำนึงต่อสิ่งใดเขามองด้านหน้า แล้วเดินต่อไป เขาได้แต่คิดว่า ถ้าจะมีพายุงวงช้างเกิดขึ้นจริงๆ เขาจะทำอย่างไร เขาใช้เวลาไม่นานในการนึก มันเป็นคำตอบที่ง่ายนิดเดียว เขาก็คงต้องออกแรงวิ่งหลบ แล้วไปเกาะกับกิ่งของต้นไม้ใหญ่สักต้นก็พอ

เมื่อก้าวเดินมาไกล เนินเขาลูกข้างหน้าก็ดูจะใหญ่ขึ้น เมื่อก้าวต่อไปจนไปถึงตีนเนิน เขาก็ไม่สังเกตเห็นเนินเขาลูกนั้นแล้ว เขาเห็นเพียงความลาดชันที่อยู่เบื้องหน้า เมฆฝนที่ลอยอยู่บนหัวเริ่มคายประจุ ประกายฟ้าส่องให้เห็นทางเดินชัดขึ้น แต่เหมือนเป็นสัญญาณว่าเมฆก้อนนี้กำลังเริ่มอิ่มตัวแล้วคายฝนออกมาเร็วขึ้น เขารีบก้าวเท้าเดินเร็วขึ้น แต่ก็ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด

เขายังเดินต่อไป และยังมองไปที่สิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตรอบกาย ภายในใจก็คิด ถ้ามีพรให้เขาสักข้อ ในตอนนี้เขาอยากจะขออะไร

ถ้ามีพรข้อนั้นจริง เราคงขอ............ร่มใหญ่ๆสักคัน พอแล้ว

เมื่อถึงยอดเนิน เรามองเห็นเนิน ภูเขา เมฆฝน และพายุอยู่ลิบๆ เราก้าวเท้าเดินต่อไป ทางเดินข้างหน้ายังยาว แต่เราต้องไปที่ใหนล่ะ

 

24 agosto

ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้

เอาล่ะ ได้กลับมาทำแลปอีกครั้ง ดีใจจริงๆ
กายว่าง มันก็รู้สึกอึดอัด ไม่เหมือนกับ ใจว่าง มันทำให้สบาย
คราวนี้จะทำให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อนาคตมันอยู่ในมือของเราแล้วตอนนี้
แต่จะดีหรือไม่ดี ก็เป็นเรื่องของอนาคต
22 luglio

ในวาระนี้

 
ในวันที่ฟ้าครึ้ม แสงแดดในฤดูฝนช่างอ่อนโยน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในฤดูร้อน ที่แข็งกระด้าง และไร้ซึ่งความปราณี พื้นดินถูกเฉลี่ยไปด้วยแสงอาทิตย์อันบางเบา ท้องฟ้าถูกฉาบด้วยสีเทาของเมฆหมอกที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวราวกับจะยึดครองท้องฟ้าเอาไว้
 
ฝนตกมากระปริดกระปรอย ไม่พอจะทำให้เสื้อเปียกกว่าการยืนอยู่บนยอดเขาท่ามกลางกลุ่มหมอกในยามเช้า
 
ชายหนุ่มนั่งเขียนหนังสืออยู่ริมหน้าต่างอย่างขะมักเขม้น เขียนไปพลางนึกถึงอนาคตของตัวละครในเรื่องราวของเขาไปพลาง ชัวครู่ก้อเติมเรื่องราวของตัวเองลงไปในละครของเขา เขาเอื้อมแขนที่เล็กและบางที่ถูกเติมปลายด้วยฝ่ามือเรียวราวสตรี หยิบแก้วชาแล้วยกขึ้นมาจิบ ในมือยังกำแก้วชา ขณะที่อีกข้างก้อยังคีบดินสอไว้แน่น
 
กลิ่นหอมเล็กๆลอยมาทางด้านหลัง เขายังไม่ทันได้เอ้ยวตัวไปมองตามที่มาของกลิ่น ก้อมีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีเหลืองมาซับปากตรงรอยเปื้อนของน้ำชา เธอหยิบแก้วจากมือของเขาพร้อมกับวางมันลงบนจากรองแก้วที่เตรียมมาด้วย "ตั้งใจเขียนนะแก แล้วจะกลับมาอ่าน" เธอเอ่ยขึ้นแล้วก้อเดินเลี้ยวขวากลับเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มได้เพียงหันมองแล้วก้อก้มหน้ากลับมาเขียนหนังสือต่อไป เธอกลับเข้าไปในห้อง หยิบกระเป๋าเดินเลี้ยวขวา แล้วเธอก้อส่งเสียงเล็กๆไม่พอจะทำให้ชายหนุ่มได้ยิน "ไปก่อนนะ"
 
ชายหนุ่มยังไม่ทันได้หันมอง
 
ด้านนอกหน้าต่างฟ้ายังครึ้ม
 
เขาถอยเก้าอี้ออกไป แล้วหันหลังกลับเดินตรงไป เป้าหมายของเขาคือตู้เย็นที่ติดประตูทางออก แต่ในระหว่างทางเขาก้อหันขวาส่ายสายตาเข้าไปในห้อง เขาพบความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างจากห้องที่เขานั่งเขียนหนังสืออยู่มากนัก เหมือนว่าห้องของเธอคือหอสมุด แต่ห้องของเขาคือตลาดสด เขาก้าวต่อไป เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำแล้วก้อหันมาทางหน้าต่าง
 
ท้องฟ้าด้านนอกยังครึ้มและเริ่มคำราม ทันใดนั้นเขารีบปิดตู้เย็น วางขวดน้ำไว้หลังตู้เย็น วิ่งเข้าไปในห้องแล้ววิ่งกลับมาเปิดประตูห้อง ด้วยความเร่งรีบ เขาใส่รองเท้าคีบคู่สนิทด้วยความรุนแรงจนทำให้มันขาด เพราะความจำเป็นเขาจำต้องใส่คอนเวอร์สรุ่นมรดกคู่เก่า ราวกับเป็นสมบัติของคุณปู่และผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน วิ่งออกจากห้องแล้วลงบันไดสี่ชั้น จากความเก่าของรองเท้าและความรุนแรงในการวิ่ง ทำให้แผลที่มีอยู่บนรองเท้าเริ่มปริ แต่คงเพราะประสบการณ์ของมันจึงทำให้มันคงรูปอยู่ได้ และบ่งบอกลักษณะของตัวเองว่าเป็นรองเท้าได้อย่างชัดเจน เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ สอดส่ายสายตามองหาเธอ ใช้ทักษะในการมองหาราวกับเหยี่ยว
 
โชคดีที่เธอยังไม่ได้ไปใหน และรถเมล์ที่รอก้อยังไม่มา
 
เธอยิ้ม และทำท่าทางหัวเราะแบบอายๆ เมื่อเห็นท่าทางของเขาเหนื่อยหอบวิ่งมาด้วยความวุ่นวายใจ ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอในป้ายรถเมล์ นั่งหอบชั่วครู่ ก่อนที่จะส่งหมวกและดินสอหนึ่งด้ามไปให้เธอ เธอกำหมวกไว้แน่น แล้วเขาบอกเธอว่า "ตั้งใจทำงานนะแก กลับมาค่อยอ่านเรื่องสั้นของเรา" เขาสูดลมหายใจยาวขึ้นก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา "เอาหมวกไปด้วยเดี๋ยวแกเปียก" เมื่อเธอได้ฟังก้อกลั้นหัวเราะไว้ไม่ใหว พร้อมกับบอกชายหนุ่มไปว่า "หมวกมันจะกันฝนได้ไงแก"
 
ทั้งคู่หัวเราะ
 
 
 
12 luglio

-1

{-1}

ฉันหลับตาแล้วหวนคิดว่า
อีกไม่กี่วันในเดือนหน้าของปีที่แล้ว
ฉันนั่งคุยกับโทรศัพท์เหงาๆของตัวเอง
แอบคิดถึงอนาคตที่ไม่เคยพบหน้าพบตากันมาก่อน
แล้วฉันก้อยิ้ม
ในจังหวะ BOSSA NOVA เต้นแบบ SAMBA ของชีวิต
เดินไปบนถนนที่เรียบกว่ากระดาษ 80 แกรมเบายิ่งกว่าขุยนุ่น
กึ่งหยุด กึ่งเดิน กึ่งวิ่ง หรืออาจจะนอนก้อเป็นไปได้
อนาคตยังอยู่ด้านหน้าเข็มนาฬิกาที่วิ่งอยู่เช่นเคย
{0}
กับวันนี้
ฉันตื่นขึ้นมาเพราะความห่วงใย
เดินออกไปเพราะความคิดถึง
ในปัจจุบันทุกเข็มที่เคลื่นที่ตลอดของนาฬิกา
หน้าปัดเวลาบนนาฬิกาเปลี่ยนไปโดยไม่ทันรู้สึกตัว
เวลาที่เคลื่อนที่แซงหน้าฉันจนตามไม่ทัน
มีเพียงความรู้สึกของฉันที่เคลื่อนที่ไปด้วยกันตลอดเวลา
ดนตรี DISCO ยังคงเล่นไป
และวงในดวงใจ GROOVE RIDER กลับมาอีกครั้ง
"แค่เธอก้อพอ ชีวิตฉันจะไม่ขอมากกว่านี้"
"แค่เธอก้อพอ ฉันนั้นจะไม่ขออะไรอีก"
ฉันดีใจ
{1}
กับอนาคตที่ยังคงมาไม่ถึง
แต่หวังว่าสักนาทีหนึ่งจะอยู่ใกล้ฉันมากขึ้น
ฉันจะตื่นขึ้นมา
มองไปยังกำลังใจด้านหน้า
กำลังใจที่ไม่เคยหมดไปแม้ในฤดูร้อนอันแห้งเหือด
แต่ส่งมาแบบสบายๆ คล้ายฝนที่ตกมาปรอยๆ
ขอบคุณ
ฉันจะหลับตา แล้วตื่นขึ้นมาพร้อมกับปัจจุบัน
20 aprile

อุบลนี่มันไกลเนอะ จากขอนแก่น

การที่ได้กลับไปเล่นสงกรานต์ที่อุบลฯ
ถือเป็นความมหัศจรรย์คครั้งหนึ่งในชีวิต
คิดสั้นๆแล้วกันนะ
แค่ต้องเดินทางกลับจากขอนแก่น-อุบลฯ
ในช่วงเทศกาล
แค่อาจต้องยืนบนรถโดยสารเป็นเวลา 6 ชม.
หรืออาจแค่ใช้เวลาทั้งวันในการเดินทางกลับ
เดินทางจากขอนแก่น เวลา 11.00 น.
ถึงอุบล เวลา 18.00 น.
แค่นั้นยังไม่พอ
ขณะที่อยู่ ร้อยเอ็ด
รถบัสเสียครับพี่น้อง
วิ่งอยู่ดี เกิดอาการไม่อยากวิ่ง
รถเกิดอาการไอ แล้วก้อพ่นเสมหะออกมา
เจ้าของรถแทบไม่อยากดูอาการ
กลัวจะเสียค่ารักษาเกินความจำเป็น
หรือไม่การรักษาครั้งนี้อาจจะไม่หายก้อเป็นได้
ออกจาก ร้อยเอ็ด หวังจะโบกรถกลับ
แต่ว่าไม่สามารถทำได้
ต้องโดยสารรถบัสเช่นเคย
อุปสรรคแต่นี้ไม่ได้ทำให้เราท้อถฮย
เราต้องกลับให้ได้
การเดินทาง
แต่คิดที่จะเดินทางมันก้อสนุกแล้ว
แต่ประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทาง มันยิ่งสนุก
 
12 aprile

มันมาอีกแล้ว

มันมาอีกแล้ว
ในตอนเช้าขณะที่แสงอาทิตย์สาดส่องแต่ไม่ทันกระทบพื้นโลก
"สาดพี่เค้าเลย" เสียงของเด็กฝูงนรกแว่วผ่านมาในหู เปรี้ยง......................
เสียงห้ามยังไม่ทันได้ออกจากปาก แต่กลายเป็นน้ำที่ถูกนำเข้ามาแทนที่
 
วันมหัศจรรย์ มันมาถึงอีกแล้ว
 
ขอให้สนุกในวันสงกรานต์นะ
ไม่แน่ใจว่าจะต้องสนุกเพราะอะไร
งั้นเรามาวิเคราะห์ด้วยกันดีกว่า "ปัจจัยที่ทำให้วันนี้เป็นวันสนุก"
เพราะ
1. ได้ เมา แต่ห้ามขับรถนะ
2. ได้ ทำการ สาด ผู้คนโดยไม่เลือกหน้า แต่อาจเลือกเฉพาะคนหน้าตาดี
3. ได้ หยุดหลายวัน แต่ยังไงวันนี้ นีกเรียน นักศึกษาก้อหยุดอยู่แล้วนี่นา
4. ได้ ไม่ต้องอาบน้ำเอง เพราะมีคน สาด ให้
5. ได้ ถูกห้ามเอาถังน้ำขึ้นท้ายรถกระบะ (ลิขสิทธิ์ปี 2550 เพื่อความปลอดภัย)
6. ได้ เสียความรู้สึก ถ้าอาบน้ำแล้วโดน สาด ตอนเย็น (ผมไปทำอะไรให้มึงครับ)
 
วันสงกรานต์
วันครอบครัว
วันนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
วันปีใหม่ไทย
 
จะเล่นสงกรานต์ยังไงก้อได้
ก้อขอให้สนุกนะครับ
อย่าลืมล่ะ
"เราเป็นคนไทยนะครัย"
รักกันเข้าไว้
เพื่อวันสงกรานต์ อย่าทะเลาะกัน นะ
03 aprile

เจ๊ง

เมื่อหลายวันก่อน
มีความตั้งใจมากอย่างนึง ตั้งใจมาก
ในใจมีความอยากสุด
แต่ว่ามันเพียงแต่ เพียงแต่
 
เครื่องมัน เจ๊ง !!!!!!!
ไม่อยากเชื่อ
 
เครื่องนี้เป็นเครื่อง
เครื่องเขย่าและควบคุมอุณหภูมิเพื่อการเติบโตของเชื้อ
 
ตอนนี้เลยเกิดสภาวะ"สูญญากาศในการทำแลป"
แล้วผมจะทำอะไร
แล้วผมจะทำยังไง
เฮ้อ อนาคตของผม
มันอยู่ที่ใหนนะ
06 marzo

ต่อสู้

ต่อสู้
เมื่อวานเหนื่อยมาก
อาจจะเป็นผลของจันทรุปราคาก้อเป็นได้
สงสัยว่าเราได้รับพลังจากดวงจันทร์
พอเป็นตอนกลางวันเราเลยสิ้นเรี่ยวแรง
เมือพระจันทร์ถูกกลืนกินเราจึงไม่มีพลัง

ตอนกลางวันก้อตื่น แต่ตกกลางคืนมันก้อเหมือนจะหลับ
เวลาก้อเดินผ่านไป
อ้าว  เราแก่ขึ้นทุกลมหายใจจิงๆ
บรรยากาศสะอาดๆ สูดลมหายใจเข้าไปทางจมูก ผ่านช่องลม เข้าสู่ปอด
มีการแลกเปลี่ยนสารบางอย่างที่มีคนกำหนดให้เรียกว่า Oxygen
มีการแลกเปลี่ยนในระดับโมเลกุล
แล้วพ่นกากของเสียที่เราไม่ได้ใช้ออกมา
เธอสะดุ้งตื่น แล้วรีบยกนิ้วชี้มือขวามาแนบกับจมูก
มีสัญญาณชีพ พุ่งออกมาจากรูจมูกทั้งสองข้าง
เธอดีใจ แตไม่กล้าที่จะนอนต่อ
เธอกลัว กลัวว่าความฝันของเธอจะมากลืนเอาลมหายใจของเธอไป
หลายครั้งเธอสงสัย
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเธอนั่งทำงานหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์
ออกแบบละมุนภัณท์ผ่านระบบเครือข่าย
ส่งข้อมูลไปให้ลูกค้าโดยไปรษณีย์อิเล็กโทรนิก
เธอไม่ได้พบปะ พูดคุยกับใคร หรือสัมผัสกับผู้คน
เธอสัมผัสเฉพาะกับสิ่งไม่มีชีวิตอาจจะมีอีกหนึ่งชีวิตก้อเฉพาะเมื่อเธอยืนอยู่หน้ากระจก
ถ้านั่นคือชีวิตของเธอ   จิงๆ
แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กระชากแสงสว่างให้หายลับไป
ความสดใสของตอนกลางวันก้อหายไป
แสงสว่างสังเคราะห์เจริญเติบโดยพลังงานบนโลก
ความมืดถูกกระทำจนมันหายไป
มันอาจจะแอบไปน้อยใจอยู่ที่ใหนสักแห่ง
รอคอย รอคอยวันที่ความมืดเข้ายึดครองโลก
เธอยืนอยู่ที่ด้านหน้าจอโทรทัศน์
จ้องมองความเคลื่อนไหวของโลกผ่านข่าวสาร
เธอเฝ้าตามดูข่าวสารทุกอย่าง
โดยเฉพาะข่าวการเสียชีวิต บางทีอาจจะมีหน้าตาของเธอ
ปรากฏอยู่ในจอนั้นเป็นข่าวของเธอที่เคลื่อนไหวเวลาที่เธอหลับ
เธอยังไม่อยากเข้านอน เธอกลัว
ลมยามเช้าพัดเข้ามาจากหน้าต่างทิศตะวันออก
พร้อมกับการปรากฏโฉมของดวงอาทิตย์ที่เป็นดวงใหม่หรืออาจจะดวงเดิม
ลมพัดชายผมของเธอให้ปลิวไปปิดจมูก
เธออึดอัด
นิ้วก้อยของมือข้างขวาถูกยกขึ้นมาปัดปลายผม
สํญญาณชีพของการมีชีวิตของเธอปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ลมพัดผ่านไป
ความจริงกับความฝันมันวิ่งยู่ข้างกัน
แค่มีคนมายืนอยู่ข้างกัน
ก้อทำให้ความฝันเป็นความจริงได้
ต่อสู้กับความฝัน มันก้ ยากพอๆกับความจริง
 
21 febbraio

อาจจะเป็นบทหนึ่งในชีวิต

เริ่มต้นมาตั้งนาน เมื่อใหร่มันจะจบลงสักที
 
พรุ่งนี้แล้วสินะ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเราก้อคงต้องรับกับสภาพนั้นให้ได้
ทนให้ได้ รับมันให้ไหว
 
บทพิสูจน์นี้คงแข็งแกร่ง และเนิ่นนาน
 
เราก้อคือเรา
แต่อนาคตของเรามันขึ้นอยู่กับวันพรุ่งนี้
และอนาคตของเรามันจำเป็นต้องผ่านวันพรุ่งนี้ไป
 
เป็นเวลาหลายปีแล้ว
เราไม่เคยได้รู้สึกแบบนี้
หรือรับความกดดันขนาดนี้มาก่อน
ความกดดันที่ไม่เคยเกิดขึ้น
เราคงต้องสวมชุดนักบินอวกาศหรือยอดนักดำน้ำ
เพื่อให้ความกดดันนี้ไม่กระทบกับจิตใจของเรา
 
ไม่ว่าจะยังไงหลังจากพรุ่งนี้เราคงแข็งแกร่งและมีความรับผิดชอบมากขึ้น
 
ขอให้คุณค่าของการสำนึกในครั้งนี้ทำให้เรา
สามารถผ่านการสอบครั้งนี้ไปได้ด้วยเถอะ
 
ขอบคุณกำลังใจอันอ่อนโยนแต่ท่วมท้นมากมาย
ที่ทำให้คนที่ไม่มีชุดนักบินอวกาศอย่างเรา
สามารถผ่านความกดดันในครั้งนี้ไปได้
คำว่า พรุ่งนี้ คงไม่ใชอนาคต
อนาคต คือ สิ่งที่เราต้องทำให้ได้ตลอดไป
29 gennaio

บ่น

ขอบ่นให้อ่านหน่อยแล้วกันนะ
อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นสัปดามหาโหดจิงๆ นอนดึก ตื่นเช้ามาทำงาน
อากาศก้อหนาว ตัวเราก้อไม่อุ่น ดีนะไม่เป้นหวัดซ้ำซ้อน

พอแล้ว บ่นแค่นี้แหละ
เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะทุกข์ไปด้วย
มาเข้าสู่เรื่องดีๆบ้างดีกว่า
และแล้วเราก้อหยุด    คิด
เรามีเรื่องดีๆด้วยเหรอนี่     อ้าว ไม่มี
ขอเป็นเรื่อง ธรรมชาติ ธรรมดา ก้อพอนะ
มีวันนึงได้ไปนั่งฟัง
เค้าบอกว่า  คนฉลาดลึก เค้าอาจจะโง่กว้าง ก้อเป็นได้
มาคิดดู คิดเห็น คิดได้ยินอีกที
ทำไมต้องบอกว่าคนเราต้องฉลาดลึกด้วย สงสัยจะเป็นไปตามทฤษฎี
ยิ่งลึกแรงกดดันยิ่งมาก พอคนเรามีความรู้ก้อเลยต้องแบกแรงกดดัน    เหรอ
ถ้าเราจะเป็นคนโง่ ก้อขอให้โง่ในเรื่องที่เราไม่รู้ และก้อขอให้เราได้รู้ซะ
ถ้าเราจะฉลาดก้อขอให้มันเป็นอำนาจนำทางให้คนอื่นได้รู้บ้าง
ไม่อยากแบกไว้หรอกความกดดัน เพราะเราเป็นพวก เปราะและแตกง่าย
อาจจะไม่ทนแม้กระทั่งความร้อน หรือความเย็น
ไม่อยากเก่ง ในเวลาเดียวกัน ก้อไม่อยากโง่
ขอแค่ได้รู้ ทำในสิ่งที่ต้องทำให้ได้ ทำในสิ่งที่อยากทำให้ได้
ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำพอได้ แค่นี้ก้อพอแล้ว
ถ้าเรารู้จักพอ ไม่ว่ารู้แค่ใหน มันก้อพอ
แต่ขอทำให้มันเกิดประโยชน์ มันอาจจะเกินพอก้อเป็นได้
13 gennaio

กำไร

ในตอนนี้
ณ เวลานี้
ในทางการตลาดอาจจะบอกว่า
เราทำธุรกิจเพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด
 
ในทางโทรทัศน์อาจจะบอกว่า
เราทำรายการเพื่อให้เรตติ้งสูงสุด
 
ในทางการใช้ชีวิตเราอาจจะบอกว่า
"........................................."
เราบอกกับตัวเอง
ชีวิตไม่ได้เราไม่ได้เริ่มต้นที่ศูนย์
แต่ชีวิตของเราเค้าเริ่มต้นที่ติดลบ
แค่ทำให้เค้าเท่ากับศูนย์
แค่นี้ก้อกำไรแล้ว
เมื่อนานมาแล้วนี้
หรืออาจจะเป็นเร็วๆนี้ในอนาคต
ในทางการตลาดอาจจะบอกว่า
เราทำธุรกิจเพื่อให้สังคมเกิดความสมดุลย์
 
เราทำรายการโทรทัศน์เพื่อให้สังคมเกิดความสงบ
การใช้ชีวิตของเรา การมีชีวิตของเค้า
คงจะมีความหมายต่อโลกได้มากมาย
เพื่อให้โลกใบสีฟ้าที่กำลังกลายเป็นสีแดง
ได้กลับไปเริ่มต้นใหม่
ที่มีค่าติดลบอีกครัง
เพราะเมื่อเท่ากับศูนย์ เข้าสู่สมดุลย์อีกครั้ง
แค่นี้เราก้อมีกำไรให้กับโลกนี้อีกครั้ง
04 gennaio

HAPPY NEW YEAR

HAPPY NEW YEAR
and become to same old year at same time
สุขสันต์วันปีใหม่
ซึ่งกลายเป็นปีเก่าในเวลาเดียวกัน
28 dicembre

ใกล้แล้วก้อไกล

ใกล้เข้าไปทุกที
แต่ก้อเป็นสิ่งดี
เพราะเมื่อใกล้ไปทีไร
มันก้อไปถึงทุกที
และอีกไม่กี่วันนี้มันก้อไปถึงแล้ว

       สวัสดีปีใหม่     
 HAPPY NEW YEAR

หลังจากที่เราใกล้แล้ว
เรายังไม่หยุดแต่ยังวิ่งต่อไป
สักวันสักเวลามันก้อจะไกลขึ้น

แต่เชื่อเหอะ
ขนาดดาวหางมันมีวิถีของมัน
แต่ในอีกชั่วชีวิต
ก้อต้องโคจรมาใกล้โลกอีกครั้ง
เพราะมันเป็น..........
วิถีของธรรมชาติที่ถูกลิขิตไว้แล้ว
แต่คนเราที่พยายามอยู่เหนือธรรมชาติ
อยู่ให้ได้นอกกฏเกณฑ์ที่สิ่งแวดล้อมกำหนดไว้
อะไรที่ถูกลิขิตมันคงไม่มีอีกแล้ว
ถึงเราจะไกล้ได้แต่เราก้อไปไม่ถึง
เมื่อวานอยากแต่งเพลง
ขอเอามาให้ใครสักคนใส่ทำนองให้หน่อยได้มั้ย
PLEASE
            การเดินทางที่ยิ่งใหญ่คือการก้าวไปเข้าใจตน
           อีกการเดินทางที่ยิ่งใหญ่คือการออกตามหาใครสักคน
          ฉันสับสนท้อแท้ในโชคชะตา เพร้อพร่ำรำพันนานา ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร
         เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของใจคน หมุนวนเปลี่ยนไปหลายเวลา
             เพียงเพราะไม่เจอใครที่ตามหา แล้วต้องหาไปจนถึงเมื่อไร
         ตลอดเวลาไม่รู้ว่าไปทางใหน แล้วแต่ใจให้วิ่งวนพ้นผ่าน
            ผ่านทุกข์ความผิดหวังจนเหนื่อยล้า คงเพราะว่าฉันสับสนในอารมณ์
            ไม่ใช่แค่ความสุขจะเกิดขึ้นที่ใจ แต่ต้องให้ตัวตนเราค้นหา
            และคนที่ทำให้ใจไม่เหว่ว้า ประกอบขึ้นมาเป็นความรักที่แท้จริง
           สักคนหนึ่งไหมทำให้ใจและตัวตนฉันมีความสุข
             สักคนหนึ่งไหมคอยเป็นกำลังใจให้สนุก
           คือเธอใช่ไหมที่ทำให้ใจฉันมีความรัก
        การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ สิ้นสุดได้เพราะเราเข้าใจตน
            และฉันไม่ต้องสับสน เพราะว่าฉันเจอคนนี้ที่แท้จริง

ขออภัยนะครับคราวนี้มันยาวไปหน่อย
 
อวยพรให้แล้วกันนะอาจจะไม่ได้พรที่ดี แต่ก้อได้ใจดีๆไปนะ
ขอให้มีทุกคนรักประเทศ รักพ่อแม่ รักแผ่นดิน
แล้วเราไปปลูกข้าวโพดกัน สบายดีปีใหม่จ้า
19 dicembre

หลงใหล (CrazY)

อยู่เพื่อเสพบรรยากาศ
บรรยากาศมันคงเหมือนกับยาเสพติด
มันทำให้เรา "หลงใหล"
และยึดติดกับมัน

อากาศ "หนาว" ในช่วงสองสามวันนี้ มันพอเหมาะ พอดีกับลักษณะของงานนี้จริงๆ "พิธีเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร"
อากาศหนาวๆแต่บรรยากาศรอบตัวเรามันอบอุ่นเหลือเกิน จากคำที่หลายคนพยายามใช้ จากวิสัยทัศน์ที่ทุกคนอยากให้เป็น บรรยากาศของ "ความสมานฉันท์" มันเกิดขึ้นที่นี่ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นแห่งนี้ ชมรมถ่ายภาพแห่งนี้
มีพี่ "หมีแพนด้า" คนนึงบอกว่า เราคงไม่เคยรับรู้เพราะเราอยู่กับบรรยากาศนี้ตลอดเวลา แต่เมื่อเราจากไป แล้วได้กลับมาอีกที เราจะสามารถสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่รับรู้ ในคุณค่าของเพลงนี้
"เสียงสนแผ่ว แว่วขานสีฐานให้สู้"
คุณค่าของสายสัมพันธ์ "พี่น้อง" คุณค่าในศูนย์รวมของสิ่งที่เราพอใจ มันทำให้เรายึดติด และ "หลงใหล"
น่าเสียดายทำหลายคนอาจจะไม่ได้สัมผัสถึงบรรยากาศแห่งนี้ ขออนุญาติเอาทำพูดของพี่ที่น่านับถือมากล่าวไว้
"คนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนี้มีเป็นพันๆคน แต่เราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้สัมผัสถึงบรรยากาศของสถานที่นี้"
บรรยากาศของที่แห่งนี้มันเหมือนสารเสพติด บรรยากาศของชมรมแห่งนี้ทำให้เราหลงใหล และไม่ว่าจะนานเท่าไร มันจะไม่จากหายไป Crazy in FOTOgraphy

เราจงภูมิใจ เราคือหนึ่งในใต้หล้าที่สามารถ สอบไล่ได้ ตามหลักสูตร มีศักดิ์ และสิทธิแห่งปริญญานี้ทุกประการ
Congratulation
07 dicembre

สิ่งที่มีค่า

ออกเดินทางมานาน
เดินทางจากบ้านมาแสนไกล
วันนี้ดีใจ
ได้ออกมาจากบ้านอีกแล้ว
ทำไมมันเป็นแบบนั้นล่ะ
เคยรู้บ้างมั้ย
ว่า 0 (ศูนย์) มันมีค่า
เคยอ่านมาบ้าง
ถ้าเราให้ 0 มันอยู่คนเดียวโดดๆ มันอาจจะดูไม่มีค่า
มันดูเหงา
แต่ถ้าให้มันมีเพื่อน เป็นเลขตัวอื่น
0 มันก้อมีค่าขึ้นมาทันใด
10-100-1000
มันดูมีค่าขึ้นมามากมายเลยนะ
ไม่ใช่แค่ทาง คณิตศาสตร์ ที่ 0 มันมีค่า
ทางภาษาศาสตร็ 0 ก้อมีค่า
0หาย
ถ้ามันไม่มีค่า แล้วมันหายไปได้ยังไง


ไม่เข้าใจ
สิ่งที่มีค่าของหัวใจเราอยู่ใหนนะ
00.00
25 novembre

พลัดฤดู

นี่มันฤดูหนาวนะ
ทำไมฝนมันตกล่ะนี่
เป็นไปได้ยังไง
"เฮ้ย ไอ้เมฆก้อนนั้นน่ะ"                              ท้องฟ้าเอ่ยขึ้นมาเบา
"เอ็งทำไมพลัดมาแถวนี้ได้ ที่นี่มันฤดูหนาวแล้ว" 
"ไม่หรอก ฉันไม่ได้พลัดมาจากใหน"                เมฆตอบพลางแก้ตัวไปพลาง
"พอดีวันนี้เทวดาที่ขี่หลังฉันอยู่ เค้าจำวันผิด"
"เฮ้ย เอ็งมาโทษข้าได้ไง ข้าไม่ได้จำผิด"
"มันดันมีคนมาบนบานข้าไว้ ข้าไม่รุต้องทำไงเลยช่วยมัน"
"มันเป็นคนดี ข้าไม่อยากให้คนดีๆมาบอกว่า ฟ้าไม่เห็น"
"ท่านเทวดา ท่านไม่ต้องมาแก้ตัว"                   ท้องฟ้าเอ่ยหาเหตุผล
"พอเมฆ มันครวญคราง ก้อมีคนมาโทษฟ้า"
"ฝนไม่ตกตอนปลูกข้าว ก้อหาว่าฟ้ากลั่นแกล้ง"
"ฝนตกทำให้เกิดน้ำท่วม ก้อว่าฟ้าไม่เป็นใจ ข้าไม่รุต้องทำไงแล้ว" ท้องฟ้าเริ่มน้อยใจ 
บรรยากาศเริ่มอึมครึม เมฆก้อเหมือนมีอาการกระอักกระอ่วน   
ฟ้าฝนทำท่า เหมือนจะตกลงมาอีก
"ท่านไม่ต้องเถียงกัน"                                  เสียงมนุษย์ตัวเล็กๆสอดแทรกขึ้นมา
"มันเป็นความผิดของผมเอง"
"ผมไม่น่าจะไปบนบานท่านเทวดาเลย"
"ผมไปบนไว้ว่า"               มนุษย์หน้าตาแดงก่ำ มีน้ำหยดเล็กๆไหลออกมาจากตา
"ว่า ถ้า ถ้า ถ้า"
"ว่าอะไรก้อรีบบอกมาเถอะ"  เสียงฟ้า กับ เมฆร่วมกันตะคอก
"ครับ ว่า ถ้า ถ้า ผมรณรงค์ให้เลิกตัดต้นไม้ไม่ได้ ขอให้ฝนตกหนักเพื่อให้คนรู้คุณค่าของป่าทีเถอะ"
เพียงเท่านี้ สายฝนก้อโปรยปราย ซัดกระหน่ำเพื่อให้โลกได้รับรู้
มันเป็นบทเรียน


น้ำตาฟ้า หล่นมารดตัว รดหัวใจฉันจนชา
คนเราอาจจะมองไม่เห็นคุณค่าของบางอย่าง
จนกว่าเราจะเสียมันไป
และไม่มีวันกลับคืนมา
เสียสละเล็กๆน้อยจะเป็นรไร
ในเมื่อคนส่วนใหญ่ได้ประโยช์จากมัน
และเป็นผลดีต่อสังคม